ไซบีเรีย ฮัสกี้ (SIBERIAN HUSKY)

สุนัขพันธุ์ SIBERIAN HUSKY มีถิ่นกำเนิดในไซบีเรียน สุนัขพันธุ์นี้
ถูกคัดเลือกพันธุ์ขึ้น โดยชาวพื้นเมืองที่เรียกว่า CHUKCHI
เพื่อให้ทำหน้าที่ล่าสัตว์และเฝ้ายาม
แต่ต่อมาถูกพัฒนาให้มีลักษณะของสุนัขลากเลื่อน ประมาณ ค.ศ. 1900
มีการแข่งขันสุนัขลากเลื่อน ALASKA โดยมีระยะทางถึง 400 ไมล์
สุนัขที่ชนะในการแข่งขันคือ สุนัขพันธุ์ SIBERIAN HUSKY หลังจากนั้นกีฬาแข่งลูกสุนัขลากเลื่อนก็เป็นที่นิยมมากขึ้น สุนัขพันธุ์นี้ก็มักจะชนะอยู่เสมอ AKC. รับรองสุนัขพันธุ์นี้ในปี ค.ศ. 1930
ประวัติ
ใน สุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์เป็นผลมาจากบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือ สุนัขป่าโบราณ (วงศ์ Canidae) สุนัขเอซคิโม (สุนัขลากเลื่อน) เป็น พันธุ์สุนัข ที่มีภาพลักษณ์กระตือรือร้นอย่าง ไซบีเรียนฮัสกี้, ซามอย, และอลาสกันมาลามิว ที่สืบสายตรงจาก สุนัขพันธุ์ ลากเลื่อน การวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในพันธุ์สุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณดังที่เห็นได้จากอลาสกันมาลามิว
ใน สุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์เป็นผลมาจากบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือ สุนัขป่าโบราณ (วงศ์ Canidae) สุนัขเอซคิโม (สุนัขลากเลื่อน) เป็น พันธุ์สุนัข ที่มีภาพลักษณ์กระตือรือร้นอย่าง ไซบีเรียนฮัสกี้, ซามอย, และอลาสกันมาลามิว ที่สืบสายตรงจาก สุนัขพันธุ์ ลากเลื่อน การวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในพันธุ์สุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณดังที่เห็นได้จากอลาสกันมาลามิว
คำ ว่า "ฮัสกี้ (husky)" ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) ว่า "ฮัสกี้ส์ (huskies)" โดยคณะสำรวจคนขาว (Caucasian) คณะแรกๆ ที่มาถึงแผ่นดินของพวกเขา ส่วนคำว่า "ไซบีเรียน (Siberian)" ได้มาจากไซบีเรียนั่นเองเนื่องจากความคิดที่ว่าสุนัขลากเลื่อนนี้ถูกใช้ในการข้ามสะพานแผ่นดิน (land bridge) ของช่องแคบเบอร์ริ่งที่เป็นทางเข้าสู่หรือออกจากมลรัฐอะแลสกา ซึ่งทฤษฎีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้า สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเอซคิโมสามารถพบได้ตลอดซีดโลกด้านเหนือจาก ไซบีเรียถึงประเทศแคนาดา, มลรัฐอะแลสกา, กรีนแลนด์, ลาบราดอร์(Labrador), และเกาะบัฟฟินค์(Baffin Island)
ด้วย ความช่วยเหลือของไซบีเรียนฮัสกี้ ประชาชนของชนเผ่าต่างๆไม่เพียงแค่รอดตายเท่านั้นในการออกสำรวจดินแดนที่ไม่ มีรู้จัก พลเรือเองโรเบิร์ต เพียร์รี่ (Robert Peary) แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาก็ได้รับความช่วยเหลือจากสายพันธุ์นี้ระหว่างคณะ สำรวจของเขาออกสำรวจขั้วโลกเหนือ บทบาทของไซบีเรียนฮัสกี้ในกระทำหน้าที่นี้ไม่สามารถเป็นที่หยั่งรู้ได้
สุนัขจากแม่น้ำอานาเดียร์ (Anadyr River) และพื้นที่รอบๆถูกนำเข้ามาในมลรัฐอะแลสกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 (และเป็นเวลา 2 ทศวรรษ)ในช่วงตื่นทองเพื่อใช้เป็นสุนัขลากเลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน All-Alaska Sweepstakes
(AAS) หรือการแข่งสุนัขลากเลื่อนทางไกลซึ่งเป็นระยะทาง 408 ไมล์ (657 กม.)
จากเมืองนอมน์(Nome) ถึงเมืองแคนเดิล (Candle) ไปและกลับ "เล็กกว่า,
เร็วกว่า และอดทนมากกว่า ในการบรรทุกน้ำหนักราว 100 - 120 ปอนด์ (45 - 54
กิโลกรัม)"
มันเป็นส่วนสำคัญใกล้ชิดของผู้เข้าแข่งขันยาวนอมน์ที่มีชื่อเสียง
ลีออนฮาร์ด เซพพารา (Leonhard Seppala)
ที่เคยเป็นผู้เพาะเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกี้มาก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 ถึงช่วง ค.ศ. 1920
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1925 กันเนอร์ คาเซ็น (Gunnar Kaasen) เป็นผู้นำเซรุ่มไปถึงเมืองนอมน์เป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1925 เพื่อรักษาโรคคอตีบ
ได้ออกจากเมืองนีนนานา (Nenana) สู่เมื่องนอมน์เป็นระยะทางมากกว่า 600
ไมล์ ด้วยความพยายามของผู้เดินทางและความช่วยเหลือของสุนัขลากเลื่อน
การแข่งสุนัขลากเลื่อนสู่เมื่องอิดิตทารอต (Iditarod Trail Sled Dog Race)
ที่จัดขึ้นก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการขนส่งเซรุ่มนี้
และเหตุการณ์นี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในปี ค.ศ. 1995
ที่ชื่อ"บอลโต (Balto)" ตามชื่อของสุนัขนำทีมของกันเนอร์
และเพื่อเป็นเกียรติแก่สุนัขนำทีมบอลโต
มีการสร้างรูปหล่อเหมือนที่ทำจากทองแดง ตั้งอยู่ในเซ็นทรอล ปาร์คในมลรัฐนิวยอร์ก
มีคำจารึกดังนี้
อุทิศแก่จิตวิญญาณที่ทรหดของสุนัขลากเลื่อนที่นำเชื้อต้านพิษบนทางยากลำบาก
เต็มไปด้วยน้ำแข็ง 600 ไมล์, ข้ามน้ำที่แข็งตัว,
ฝ่าพายุหิมะของขั้วโลกเหนือจากเมื่องนีนนานาสู่เมืองนอมน์ที่รอความช่วย
เหลือให้พ้นจากโรคร้ายในฤดูหนาวปี ค.ศ. 1925 อดทน--ซื่อสัตย์--มีไหวพริบ
ในปี ค.ศ. 1930 ไซบีเรียนฮัสกี้ตัวสุดท้ายถูกนำออกจากรัฐบาลโซเวียดใกล้กับพรมแดนของไซบีเรียเพื่อการแลกเปลี่ยนกับภายนอก ปีเดียวกันมีการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา)
เป็น 9 ปีหลังจากสายพันธุ์นี้ถูกจดทะเบียนในประเทศแคนนาดา
ณ.วันนี้ไซบีเรียนฮัสกี้ที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือเป็นลูกหลานส่วนใหญ่ของ
ไซบีเรียนฮัสกี้ที่ถูกนำเข้ามาในปี ค.ศ. 1930 และสุนัขของลีออนฮาร์ด
เซพพารา เซพพาราเจ้าของคอกสุนัขในนีนนานาก่อนที่จะย้ายไปอยู่นิวอิงแลนด์ อาเทอร์ วาวเด็น(Arthur Walden) เจ้าของคอกสุนัขชินุก (Chinook) แห่งวอนนาแวมเซิด (Wonalancet) มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ผู้มีไซบีเรียนฮัสกี้ในคอกที่โดดเด่น สุนัขตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคอกของเขามาจากอะแลสกาโดยตรงและมาจากคอกของเซพพารา
ก่อน
ที่จะมีชื่อเสียง, ในปี ค.ศ. 1933 ว่าที่พลเรือเอกริชาร์ด อี. เบอร์ด
(Richard E. Byrd) แห่งกองทัพเรือได้ซื้อสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ราวๆ 50
ตัวด้วยตัวเขาเอง หลายๆตัวถูกรวบรวมและฝึกจากคอกชินุกในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์
เพื่อใช้ในคณะสำรวจของเบอร์ดที่เขาหวังจะเดินทางราวๆ 16,000
ไมล์ไปตามชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา
ที่เรียกว่าปฏิบัติการกระโดดสูง (Operation Highjump)
จากประวัติการเดินทางนี้เอง
พิสูจน์ให้เห็นคุณค่าไซบีเรียนฮัสกี้เพราะขนาดที่พอเหมาะ
และความเร็วที่ดีเยี่ยม
กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ใช้ไซบีเรียนฮัสกี้ในการค้นหาและช่วยเหลือในขั้วโลก
เหนือของคำสั่งขนส่งทางอากาศระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
ลักษณะของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ไซบีเรียนฮัสกี้ เป็นพันธุ์สุนัขทำ งานที่มีขนาดกลาง วิ่งเร็วและฝีเท้าเบา รักอิสระ และมีท่วงท่าสง่างาม ลำตัวปกคลุมด้วยขนนุ่มและหนาปานกลาง หูตั้งและหางเป็นพวง ลักษณะการเดินนุ่มนวล แรกเริ่มทีเดียวไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นพันธุ์สุนัขที่ มีความสามารถในการลากเลื่อนสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา ด้วยความเร็วปานกลางได้ในระยะไกล สัดส่วนลำตัวและรูปร่างของไซบีเรียน ฮัสกี้ สะท้อนให้เห็นถึงสมดุลของกำลัง ความรวดเร็ว และความอดทน ไซบีเรียน ฮัสกี้ เพศผู้ได้รับการเพาะพันธุ์ (Breed) ให้มีความแข็งแรงแต่ไม่หยาบคาย ขณะที่เพศเมียมีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ไซบีเรียน เป็นสุนัขที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง และได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี แต่ไม่ควรให้ลากหรือบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป

มาตราฐานสายพันธุ์
อุปนิสัย : ฉลาดเป็นมิตร สุขุม สามารถทำงานร่วมกันเป็นฝูงได้
ส่วนหัว : มีขนาดปานกลางสมส่วนกับลำตัว หัวกะโหลกค่อนข้างกลม หัวกะโหลกระหว่างหูจะกว้าง และเรียวลงจรดตาทั้งสองข้าง
หู : มีขนาดปานกลางมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายหูมน ใบหูหนา มีขนแน่นหูตั้ง
ตา : มีลักษณะเป็นรูปกลมรี อยู่หางกันพอประมาณ ตามีสีน้ำตาลเข้ม
ดั้งจมูก : มีมุมหักพอประมาณ
ปาก
: ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก
ปากมีความกว้างพอประมาณ สันปากตรง โคนปากใหญ่ และเรียวลงจรดปลายจมูก
ริมฝีปากตึง มีสีเข้ม
จมูก : มีสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือชมพู ฟัน : ขาวสะอาด แข็งแรง ขบแบบกรรไกร
ลำตัว : มีขนาดปานกลาง เส้นหลังตรงขนานกับพื้น ความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงของลำตัวเล็กน้อย
ลำตัวส่วนหน้า : หัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ แข็งแรง
อก : มีลักษณะแข็งแรง อกลึกจรดข้อศอก อกมีความกว้างพอประมาณ ไม่กว้างจนเกินไป
ขา
หน้า : มองจากด้านหน้าขาหน้าทั้งสองข้างตรง ห่างกันพอเหมาะ
มองจากด้านข้างข้อเท้าเอียงเล็กน้อย ท่อนขาตรง
ความยาวของขาจากข้อศอกถึงพื้นจะมากกว่าความยาวจากข้อศอกถึงหัวไหล่เล็กน้อย
เท้ามีลักษณะกลมรี นิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น
ขา
หลัง : ท่อนบนประกอบด้วยกล้ามเนื้อ มีกำลังมาก ข้อเท้าหลังแข็งแรง
มองจากเท้าหลัง ขาหลังทั้งสองข้างตั้งตรงขนานกัน ห่างกันพอเหมาะ
เท้ามีลักษณะกลมรีนิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น
หาง : มีขนเป็นพวง หางมักจะยกสูงโค้งเล็กน้อย หางไม่บิดเอียงไปทางซ้ายหรือขวา
ขน - สี : ขนมีสองชั้น ขนชั้นในนุ่ม ขนชั้นนอกแข็งแนบชิดผิวหนัง ขนมีหลายสี ตั้งแต่สีดำหรือขาวล้วน
ขนาด : เป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง
น้ำหนัก : เพศผู้หนักประมาณ 45 - 60 ปอนด์ เพศเมียหนักประมาณ 35 - 50 ปอนด์
ส่วนสูง : เพศผู้สูงประมาณ 21 - 23.5 นิ้ว เพศเมียสูงประมาณ 20 - 22 นิ้ว
การเดิน - วิ่ง : มีความสง่างาม เคลื่อนที่ได้เร็ว ขณะวิ่งเท้าไม่บิด หรือปัด
ข้อบกพร่อง : หูใหญ่ หูตก หางม้วนมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..
http://women.sanook.com/pets/breed/dogs_44622.php
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%89
http://www.hamsteronline.com/blog/2008/05/31/siberian-husky/







0 comments:
Post a Comment